น้ำตาล

posted on 07 Aug 2009 14:59 by fern-cud

                         http://www.healthnode.org/wp-content/uploads/2008/05/sugar.jpg

 ประโยชน์

  • เป็นสารให้พลังงานที่สำคัญที่สุดแก่เซลล์  และ

เป็นสารตั้งต้นสำหรับการสังเคราะห์ชีวโมเลกุลต่างๆในเซลล์

 

  • สามารถรักษาโรคท้องร่วงได้(นำน้ำตาลผสมเกลือรับประทาน)

  •  จากข้อข้างต้น ยังสามารถใช้ระงับการลุกลามของเชื้อและ

ทำให้แผลหายไวขึ้น

  • บำรุงสมอง โดยอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลเมื่อถูกย่อย

 

จะได้กลูโคสที่เป็นแหล่งพลังงานสำคัญของสมอง

 

                 http://blog.mthai.com/home/blog_data/844/2844/images/CandyKen2.jpg

โทษ หากบริโภคมากเกินไป

 

  • ทำให้ระดับวิตามินบี1ในเลือดลดลง ก่อให้เกิดโรคเหน็บชา,


 ภูมิแพ้, ทำให้อารมณ์แปรปรวน กระสับกระส่าย, ซึมเศร้า,

 

นอนไม่หลับ

 

  • อาจเป็นสาเหตุของโรคอ้วน

 

  • ทำให้เลือดเหนียวข้น เลือดจึงไหลช้าทำให้นำอาหาร

ไปเลี้ยงร่างกายได้ช้า ประสิทธิภาพในการซ่อมแซมร่างกายลดลง

 

  • เส้นเลือดฝอยตีบตัน ความดันโลหิตสูง

  •  เกิดความเสื่อมกับอวัยวะต่างๆได้เร็วขึ้น

  • ไขมันแทรกในตับ 

  • อีกทั้งผู้ชอบกินหวานผิวหนังจะมีสภาพเป็นกรด


พร้อมให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ง่าย

                       http://www.edinformatics.com/interactive_molecules/3D/Saccharin-2D-skeletal%20copy.jpg



เพิ่มเติม : แซคคารีน ( saccharin ) หรือขัณฑสกรเป็นสาร

 

ให้ความหวานแทนน้ำตาล ไม่มีสารอาหาร มีการศึกษาว่า

 

ทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะในหนู ซึ่งสารนี้มีความหวาน

 

กว่าน้ำตาลทรายจากธรรมชาติประมาณ 500 เท่า


อ้างอิง : http://dek-d.com/board/view.php?id=952815

             http://www.chongter.com/webboard/index.php?topic=222.0

             http://www.yourhealthyguide.com/article/an-food-brain.htm

             http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20080113072406AAyStKS

 

edit @ 7 Aug 2009 15:40:08 by fern-cud

สีผสมอาหาร

posted on 05 Aug 2009 18:28 by fern-cud

ธรรมชาติ

                                         

 

     สีเขียว               ใบเตย, ใบย่านาง ,พริกเขียว และใบคะน้า 

 

     สีเหลือง               ดอกกรรณิกา(เหลืองทอง), ขมิ้น, ดอกคำฝอย

                                                 (เหลืองอ่อน), เมล็ดคำแฝด(เหลือง

                                                 อมน้ำตาล), ลูกตาลสุก, น้ำส้มเขียว

                                                 หวาน(เหลืองส้ม) ,  ฟักทอง, มันเทศ

                                                  ชนิดสีเหลือง, ลูกพุด, หญ้าฝรั่น, 

                                                ดอกโสน, ลูกตายี 

 

     สีแสด                 จากเมล็ดของผลคำแสด

 

     สีแดง                กระเจี๊ยบแดง, ข้าวแดง(แดงคล้ำ), ฝาง(ชมพูอ่อน),

 

                                                 รังคั่ง(แดงทับทิม), หัวบีท(แดงทับทิม), ครั่ง,  

                                                มะเขือเทศสุก, พริกแดง, ถั่วแดง

 

     สีม่วง                ข้าวเหนียวดำ, ลูกผักปรัง, ดอกอัญชัน(น้ำเงิน-ม่วง)

 

     สีน้ำตาล           โกโก้, น้ำตาลไหม้ 

 

     สีดำ                  กาบมะพร้าว, ดอกดิน, ถั่วดำ 

 

สังเคราะห์

                  

                 สีเขียว        ฟาสต์กรีน, เอฟซีเอฟ

 

 

                  สีเหลือง     ตาร์ตราซีน, ซันเซต เยลโลว์, เอฟซีเอฟ, 

                                            ไรโบฟลาวิน

                   สีแดง         ปองโซ 4 อาร์, เออริโธรซีน,  คาร์โมอีซีน

 

                                             หรือเอโซรูบีน

                     สีน้ำเงิน    อินดิโกคาร์มีน หรืออินดิโกทีน, บริลเลียนต์บลู,

 

              เอฟซีเอฟ

 

 

          อันตรายจากสีผสมอาหาร(สังเคราะห์) 

 

 

                           

    อันตรายจากสีสังเคราะห์

 

          แม้จะเป็นสีสังเคราะห์ที่อนุญาตให้ใช้ในอาหารได้ หากบริโภค

 

ในปริมาณที่มากหรือบ่อยครั้ง สีจะไปเคลือบเยื่อบุกระเพาะอาหาร และ

 

 

ลำไส้ทำให้น้ำย่อยอาหารออกมาไม่สะดวก เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ

 

และขัดขวาง การดูดซึมอาหาร ทำให้ท้องเดิน น้ำหนักลด อ่อนเพลีย อาจมี

 

 

อาการ ของตับและไตอักเสบ ซึ่งจะเป็นสาเหตุ ของโรคมะเร็ง

 

    อันตรายจากสารอื่นที่ปะปนมา

- แคดเมียม  สะสมในไต อาจจะทำให้เป็นโรคไตได้ และอาจทำให้

 

ปอดเสียและกระดูกเปราะ

 

- ตะกั่ว     มีพิษต่อระบบประสาททั้งแบบ เฉียบพลันและเรื้อรัง

 

                เกิดอาการผิดปกติของทางเดินอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน

 

และอาจพบอาการทางระบบประสาทได้  

 

- สารหนู สะสมอยู่ตามกล้ามเนื้อ กระดูก ผิวหนัง ตับและไต 

 

เกิดอาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง เกิดความ

 

ผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร โลหิตจาง

 

- ปรอท    กรณีเฉียบพลัน  จะมีอาการคลื่นไส้  ท้องเดิน 

 

ปวดมวนท้องรุนแรง  ถ้าสะสมเรื้อรัง เหงือกจะ

 

บวมแดงคล้ำ  ฟันตาย  เบื่ออาหาร  อ่อนเพลีย

 

- พลวง  แบบเฉียบพลัน คือ อาเจียน ท้องร่วง อาจถึงตายได้

 

อาการเรื้อรัง คือ คันตามผิวหนัง ปวดศีรษะ

 

เบื่ออาหาร น้ำหนักลด

 

- โครเมียม ถ้าสะสมในร่างกายเกินขนาดจะเกิดอาการเวียนศีรษะ

  

กระหายน้ำรุนแรง  อาเจียร  หมดสติ และเสียชีวิตเนื่อง

 

                                                   จากไตไม่ทำงาน  ปัสสาวะเป็นพิษ

 

 

 

 

อ้างอิง : http://www.web.ku.ac.th/agri/color/menu.htm

            http://www.techno.msu.ac.th/fn/ecenter/fad/color.htm

            http://library.uru.ac.th/webdb/images/charpa_cadmium.html

 

edit @ 5 Aug 2009 19:23:56 by fern-cud

edit @ 5 Aug 2009 19:37:43 by fern-cud

edit @ 5 Aug 2009 19:38:40 by fern-cud

น้ำอัดลม

posted on 24 Jul 2009 15:24 by fern-cud

 

สิ่งที่น้ำอัดลมทำได้

- ทำความสะอาดห้องน้ำโดยการรินลงในโถชักโครก ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้ว

 จึงกดชักโครก กรดซิติกในน้ำอัดลม จะขจัดคราบสกปรกได้อย่างดี


- ใช้กำจัดจุดสนิมบนกันชนรถโดยการขัดกันชนด้วยแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์

ขยำเป็นชิ้นเล็กๆและจุ่มน้ำอัดลม


- ใช้ทำความสะอาดรอยกัดกร่อนบนสายแบตเตอรี่รถ โดยการรินให้ทั่วสายแบต

ฟองที่เกิดขึ้นจะช่วยขจัดรอยดังกล่าวได้


- ช่วยทำให้รอยสนิมบนม้วนผ้าจางลง โดยการจุ่มผ้าในน้ำอัดลมประมาณ 2-3 นาที


- ช่วยอบแฮมที่ชื้นได้ โดยการเทน้ำอัดลม 1 กระป๋องลงในกระทะ ซึ่งตั้งไฟไว้แล้ว

ใส่แฮมที่ห่อด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ลงไป แกะฟอยล์ออก 30 นาทีก่อนแฮมสุก และผสม

 แฮม กับน้ำอัดลมจะได้น้ำเกรวี่สีน้ำตาล


- ช่วยขจัดรอยฝังแน่นจากผ้าโดยการเทน้ำอัดลม 1 กระป๋องลงบนผ้าสกปรก

เติมน้ำยาซักผ้าและซักตามปกติ จะช่วยทำให้คราบฝังแน่นจางลง และยังช่วยทำ

ความสะอาดรอยน้ำ ซึ่งกระเด็นจากถนนบนกระจกรถได้อีกด้วย


- มี คนใส่ฟันซึ่งหลุดแล้วลงไปในขวดเป๊ปซี่ และมันถูกกัดกร่อนในเวลา 10 วัน

ฟันและกระดูกเป็นอวัยวะในร่างกายเพียงอย่างเดียวซึ่งสามารถคงอยู่ได้อีกหลาย

ปีหลังจากที่มนุษย์เสียชีวิตลง

    "ลองคิดดูสิว่าน้ำอัดลมจะมีผลอย่างไรต่อลำไส้อ่อนๆ และกระเพาะอาหารของเรา "

 

อ้างอิง : http://www.vcharkarn.com/vblog/46284/3

 

edit @ 24 Jul 2009 19:35:44 by fern-cud

ลูกศร ลิ้ง